AWAY ออกเดินทางอย่างคนบ้า

posted on 16 Apr 2012 21:03 by fluker  in travel  directory Travel

7 วันแห่งการออกเดินทางอย่างคนบ้า

AWAY begining ออกเดิน
http://fluker.exteen.com/20120414/away-begining

AWAY day 1 ไร่เลย์เย็น
http://fluker.exteen.com/20120414/away-day-1

AWAY day 2 เกาะห้อง แหวก
http://fluker.exteen.com/20120414/away-day-2

AWAY day 3 ฉายเดี่ยวพีพี
http://fluker.exteen.com/20120414/away-day-3

AWAY day 4 part I มาหยา แฮงค์
http://fluker.exteen.com/20120415/away-day-4-part-i

AWAY day 4 part II ภูเก็ต งงๆ
http://fluker.exteen.com/20120416/away-day-4-part-ii

AWAY day 5 old town มั่ว
http://fluker.exteen.com/20120416/away-day-5-old-town

AWAY day 6 ซึนามิ attack
http://fluker.exteen.com/20120416/away-day-6-attack

AWAY day 7 กลับมาปาร์ตี้
http://fluker.exteen.com/20120416/away-day-7

ALWAY THE PHOTO

AWAY ONE
http://fluker.multiply.com/photos/album/133/AWAY_ONE

AWAY TWO
http://fluker.multiply.com/photos/album/134/AWAY_TWO

AWAY THREE
http://fluker.multiply.com/photos/album/135/AWAY_THREE

AWAY day 7 กลับมาปาร์ตี้

posted on 16 Apr 2012 19:25 by fluker  in travel  directory Travel

Day 7

12-apr-2012

 

เจ็ดครึ่ง

ตื่นมาแบบอาการเมาค้าง นัดนัยไว้แปดโมง เพราะรู้ว่าสนามบินเปิด เลยกะจะรีบไปเอาตั๋วใหม่ เพราะว่าคนน่าจะไปกองกันอยู่ที่นั่นแน่ๆ แวะกินข้าวเช้าก่อน จัดเต็มติ่มซำ เจ้านี้อร่อย แต่จำไม่ได้ว่าร้านไร คนแน่นๆหน่อย แล้วก็ออกเดินทางไปสนามบิน บอกนัยว่ามีอีกที่ที่ต้องแวะคือ แม่จู้ ต้องซื้อน้ำพริกกุ้งเสียบ ซึ่งเป็นทางผ่านไปสนามบินอยู่แล้วก็ชิวๆ

 

นั่งรถไปได้พักใหญ่ก็ต้องบอกให้นัยมันรีบจอดเพราะว่าจะอ้วก แล้วก็อ้วกจริง เอ้ยร่่างกายไม่รับอาหาร อ้วกๆๆๆๆ รอบแรกที่ปั้ม รอบสองนี่ข้างทางกันเลยทีเดียว จบ แล้วก็แวะซื้อแม่จู้ แต่ไม่ได้น้ำพริกตำสด เสียดายอยู่

 

 

สิบโมง

นัยก็ทิ้งเราลงที่สนามบิน เป็นการเดินทางมาสนามบินที่ยาวนานมากแบบไม่คิดว่าจะนานขนาดนี้ อาจเพราะการแวะของเรานั่นเอง ถึงสนามบินพร้อมคนล้นหลาม เราก็ไปยืนรอต่อคิวเอาตั๋วใบใหม่

กว่าจะได้ก็สิบเอ็ดโมงครึ่ง พอได้ตั๋ว รอนานมาก แต่ก็ยังดีที่ได้ตั๋วบ่ายโมงยี่สิบ ดีกว่ารอบเชียงใหม่ที่เค้ารอคิวหน้าเราแล้วได้เครื่องตอนตีสอง อันนี้ไม่ไหว เค ได้ตั๋วแล้วนิ อีกสองชั่วโมง รอ แอบมีการไปหลับคาอยู่ที่ร้านกาแฟ กินข้าวเที่ยงตอนบ่าย แล้วก็ไปนั่งรอขึ้นเครื่อง ถือเป็นการจบทริปแบบสวยงาม

 

Alive #phuket #earthquake #tsunami #boardingpass @Phuket International Airport (HKT) (ท่าอากาศยานภูเก็ต)

 

บ่ายสาม

ยืนรอกระเป๋าพักใหญ่ ก็จับ taxi มาถึงออฟฟิตประมาณเกือบสี่โมง พอถึงทักทายพี่แมคเสร็จก็นอนเลยครับ ตื่นมาอีกทีสักหกโมง เดินไปเดินมา แล้วก็สรุปว่าออกไปเล่นสงกรานต์ต่อที่ slim กับเก๋ อันนี้ก็อย่างมัน เราไปดูด้านที่เป็น stage ไม่ได้อยู่ด้านของคนมาเที่ยว มันเลยสบายๆ ยืนยิง กินดื่มได้อย่างสบายใจ ราวๆตีหนึ่งก็ออกจาก slim กลับมาบ้าน แต่ทีนี้ที่เฉดหนะมีงานปาร์ตี้อยู่ เลยเข้าไปกินดื่มต่อ ยาวไปยันตีสามครึ่งงงงงงง เอ้ย มันมากเป็นปาร์ตี้ที่เฉดที่มันที่สุดตั้งแต่มีการเลยก็ว่าได้ ฮ่าๆๆๆๆ แล้วก็กลับบบ้านนนนนอน

 

จบทริปแล้วววว ทริปไม่คาดคิด ไม่รู้เรื่อง และไม่หวังอะไรทั้งนั้น แต่มันส์สุดๆๆๆๆ ไปเลย W-T-F TRIP ที่สุดมัน ตั้งแต่หัวจนจบ แม่งได้อะไรเยอะกว่าที่คิดไว้เยอะ ไปหละ มีอะไรจะมีอัพเดต

ดูรูปอีกเพียบได้ที่นี่

 

 

AWAY day 6 ซึนามิ attack

posted on 16 Apr 2012 19:11 by fluker  in travel  directory Travel

Day 6

11-apr-2012

 

Last night i dreamed about you #phuket #patong #night #club #bar @Seduction Beach Club & Disco

 

เก้าโมงครึ่ง

หลังจากพบว่าตัวเองเริ่มมีอาการนั่งอยู่หน้าคอม ก็เลยตัดสินใจจะบินกลับกรุงเทพฯตั้งแต่เมื่อวาน ตื่นมา ก็ลงไปกินข้าวเช้า พร้อมจองตั๋วกลับ ระหว่างนั้น fb ก็เด้งมาจาก นัย ว่า เอ้้ยวันนี้ไปเที่ยวไหน เด่วพาทัวร์ เราก็ว่าวันนี้เราจะกลับเครื่องสี่ทุ่มยี่สิบ มีเวลาเหลือเฟือ นัยเลยจัดให้ 

 

In da morning #phuket #patong #hotel @Ibis Phuket Patong Hotel

 

เที่ยงครึ่ง

เราเชคเอ้าท์แล้วก็รออยู่พัก นัยก็ขับรถมารับที่โรงแรม นัยเนี่ยเป็นเพื่อนใน blog ตั้งแต่สมัย wordpress ที่ไม่เคยเจอกันเลย แต่ว่าตาม add fb กันมา ถ้าจะนับเวลาที่เริ่มรู้จักกันมันน่าจะเป็น 5-6 ปี นึกไม่ออก เมือ่ก่อนเราตาม blog ของนัยมัน มันฟังเพลงเก๋ๆ ที่เราชอบฟังด้วย เลยกลายเป็นว่าตาม blog มาเรือ่ยๆ แล้วมันก็มา comment blog หนังที่เราเขียนที่ wordpress ด้วย เลยเหมือนดูหนังฟังเพลงในทำนองเดียวกัน ก็เป็นการเจอตัวเป็นๆกันครั้งแรก และมันกลายเป็นวันประวัติศาสตร์หวะ และ WTF - trip ที่มันว่างั้นเหมือนกัน 

 

บ่ายโมง

เริ่มด้วยอะไรชิวๆ เช่นการกินข้าวเที่ยง และขนมภูเก็ตที่ ลกเที้ยน พวกอาหารพื้นเมืองก็ชิวๆ

แล้วก็ต่อด้วยจุดชมวิว ทีบนเขารัง กินกาแฟ ชิวๆไป ถ่ายรูปนิดหน่อย แล้วก็เริ่มออกเดินทางต่อ ระหว่างนี้เราก็วนไปสวนในเมืองที่มีทะเลเข้ามา ไปแหลมพรหมเทพ ไปหาดราไวย์ แวะถ่ายรูป ขับรถเรือ่ยไปอีกถึงกะตะ

 

สี่โมงกว่า

Warning #phuket #kata #outdoor #day #sea #sky #earthquake#tsunami @หาดกะตะ

ระหว่างทางไปกะตะมีโทรศัพท์ whatsapp และ LINE มา มี message ของสายที่โทรมาไม่ติดบ้างประปราย นัยบอกว่าเพื่อนมันบอกว่ามีแผ่นดินไหวรุนแรง ประมาณเดียวกับที่เคยมีซึนามิ เราก็เหรอวะ ไม่รู้สึกอะไรกัน ก็ยังขับรถมุ่งหน้าไปหน้าหาดกะตะน้อย จอดรถและลงไปอยู่หน้าหาดราว 15 นาที ซึ่งระหว่างนั้นใครต่อใครต่อใคร ก็เริ่มโทรหาเราและ txt หาต่างๆ ว่าให้ออกมาจากหน้าหาด ระวังซึนามิ มีการออกประกาศอพยพแล้ว แต่ว่าเรายังคุยกับนัยมันอยู่ว่า ถ้ามีจริงก็น่าจะใช้เวลาเดินทางมาประมาณ 3-4 ชั่วโมงก็น่าจะสัก หกโมง หรือทุ่ม เราก็ยังยืนชิว แต่พอหันหลังก็กลับมาก็พบว่าคนที่อยู่ด้านบนหาด ก็วิ่งแตกกระเจิง และร้านค้าที่อยู่หน้าหาดรีบปิดแล้วออกจากร้าน รถเริ่มติด เห็นนักท่องเที่ยววิ่งสลับกับตำรวจโบกรถอย่างรวดเร็ว ทุกคนมุ่งหน้าขึ้นที่สูง 

ตัดภาพกลับมา เราก็เอ้ย แม่งเอาจริงหวะ คนหนีกันหละ เดินชิวๆ กลับไปที่รถ เอาหละงั้นเข้าเมืองกันดีกว่า ในเมืองไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะน่าจะไกลจากหาดสักอย่างน้อย 10 โล ยังไงถ้ามาก็ไม่น่าจะกวาดถึง ตกลงปลงใจขึ้นรถ ระหว่างขับออกบังเอิญรถไปชนกับคันหน้า แบบสะกิดๆ แต่รู้หละว่าชน และคิดดูว่าสภาพผู้คนวิ่งข้างถนนเพื่อขึ้นที่สูง รถติดบนถนน และมอเตอร์ไซต์ขี่ปาดไปมา พร้อมรถเราชนอยู่ แต่ไม่ได้ชนแรง เลยขับตามกันไปจนจอดที่โรงแรมสูงนิดนึง แต่ว่าพี่คันที่โดนชนยังไงก็จะให้เราจอด ยังถามแกว่าพี่ ออกจากนี่กันก่อนมั้ย แล้วค่อยเคลียร์ ยังหันมาบอกว่าทิ้งรถเลย แล้วขึ้นที่สูง ทั้งๆที่ตัวเองก็ยังให้เราตามประกันมาที่หาด ยังไงกันแน่ งง แต่นัยมันก็ตัดสินใจโทรหาประกัน แล้วแจ้งเรือ่งไว้ พร้อมทิ้งเบอร์ไว้ให้พี่แก พี่แกก็ไม่รู้ขี่มอไซต์ไปไหน เลยแปะเบอร์ไว้หน้ารถแก แล้วเราก็ออกเดินทางเข้าเมืองต่อ อย่างว่าเรื่องขำๆ ตัวเองบอกให้ทิ้งรถ แต่ตัวเองก็จะเคลมประกัน ไม่รู้ว่าใครมึนกันแน่ เอาหละ เข้าเมืองพร้อมเพลง สิงโต นำโชค และ room 39 พร้อมข้างทางเต็มไปด้วยผู้คน มอไซต์ฯ ที่จอดเต็มไปหมด แต่ว่าเพลงในรถแม่งอย่างชิว เลยฮากันกระจาย ชิวปั้ย ถึงในเมือง ก็วนเข้าไปบ้านนัยมัน แล้วเราให้มันทิ้งเราไว้ที่ร้านชุนเทียนของส้ม เราก็ชาร์ตแบต ดูเว็บตามสถานการณ์ ซึ่งระหว่างนั้นผู้คนมากมาย text หาทั้งในมือถือและ fb เพราะโทรหาเราติดยากมากเรียกว่าสัญญาณน่าจะขัดข้องเพราะทั้งประเทศ focus มาที่นี่

หกโมงกว่า

รอไปรอมา เอ้าาาาาาา สนามบินปิด เวน กลับไม่ได้ ทำไงหละ ทั้งที่มีตั๋วอยู่ เลยเอาวะ นอน guesthouse แล้วกัน คงไม่กลับไปหน้าหาดให้โดนน้ำซัด เลยเดินไป guesthouse ในซอยนั้นหละ ซอยรมณีย์ ได้ห้อง 700 มา เอาของไปเก็บ

 

สองทุ่ม

นัยมันมารับไปกินข้าว กินไรไม่รู้ จำไม่ได้ แปลก งง เสร็จก็ต่อด้วยร้าน เสน่หา อันนี้เด็ดเราชอบ มีการเดินไปซื้อเหล้าจาก mart แล้วถือเข้าไปกินได้ด้วยหงะ แปลกดี นั่งจากคนน้อยๆ จนคนเยอะๆ

คือพอไม่มี ซึนามิ ก็ชิวเกินไปนะ ตอนที่จะมีก็คิดอยู่ว่าถ้ามาจริง จะอยู่ต่อ แต่ไม่มาก็ดีหละ ดีมากๆ กินดื่มกัน ฝนตกพรำๆ คุยเรือ่งหนังเพลงโน่นนี่อย่างเมามัน เสร็จก็ไปต่อเบียร์ที่ร้านชุนเทียน ของส้ม กินกันอีกพักใหญ่ ฝนตกกระหน่ำอย่างยาวนาน

 

ตีสอง

ถ้าจำไม่ผิดนัยมันน่าจะกลับไปเวลาประมาณนี้ หลังจากนั้นเราก็โดนเบียร์ไปอีก 3 ขวดได้ แล้วภาพก็ตัดไป พร้อมกับจำได้ว่าส้มมันบอกให้นอนที่ร้านได้ เลยนอนอยู่ที่ร้านนั่นหละ น่าจะหลับไปสักตีสี่....

 

  • ตั๋ว air asia 3,400 บาท
  • ข้าวเที่ยง 250 บาท
  • ขนม 50 บาท
  • กาแฟ ที่เขารัง 2 แก้ว 150 บาท
  • เต้าซ้อ และอื่นๆ 300 บาท
  • ข้าวเย็น จำไม่ได้
  • guesthouse 500 บาท เพราะไม่ได้นอน
  • Vodka + เบียร์ 500 บาท

 

 

AWAY day 5 old town มั่ว

posted on 16 Apr 2012 18:31 by fluker  in travel  directory Travel

Day 5

10-apr-2012

 

เจ็ดโมงครึ่ง

เริ่มต้นวันแบบงงๆ ไม่รู้จะตื่นมาทำไม ก็นั่งเล่นโน่นนี่ แล้วก็จองโรงแรมใหม่ ออกไปกินข้าวเช้า แล้วก็เก็บของย้ายที่อยู่ pack ของเสร็จก็ออกเดิน ตอนแรกจะนั่งตุ๊กๆ แต่ว่าพี่ตุ๊กๆ ราคาโหดมาก เลยไม่เอา ไปนั่งพี่วินแทน 

 

เที่ยง

เอาของเก็บห้อง วันนี้ก็พบว่าตั้งใจจะเข้าเมือง เพราะหลังจากอยู่เกาะ และหาดมาติดต่อกันหลายวัน เลยอยากเปลี่ยนสักนิด แล้วก็เริ่มหาว่าจะเข้าเมืองยังไงได้มั่ง เริ่มจากอยากเช่ารถ แต่ติดต่อไปมากมายหลายเจ้า มีอย่างนึงที่ชัดเจนคือ ถ้าฝรั่งเช่ารถ แค่เก็บ passport แต่ถ้าคนไทยเช่าจะมีการวางเงินสด 5,000-30,000 แล้วแต่เจ้า แต่ว่าส่วนใหญ่ก็รถหมด แล้วพอจะใช้รถของ budget car ก็ต้องมีบัตรเครดิต ที่ตอนแรกเรายืมเครดิตของพี่แมก เพื่อจองรถไว้ ทีนี้พอจะไปเอารถเค้าต้องเอาตัวบัตรตัวจริงด้วย แป่ว เพราะว่าหลังจากโน่นนี่จองรถเสร็จก็ชิวรอ 4 โมงเย็นไปรับรถ

 

บ่ายสองกว่าเกือบบ่ายสาม

เดินออกมาจากโรงแรม ระหว่างเดินอยู่หน้าหาดก็พบว่า เอ้ยมีส้มตำไก่เหลือง โอวนี่มันอาหารทะเล ที่ถ้าไม่กินเนี่ยมาไม่ถึงทะเลแน่นอน เลยจัดไปเป็นข้าวเที่ยง 

 

Yellow #phuket #patong #outdoor #day #sea #sky  @Patong Beach

 

กินเสร็จก็ออกเดินไปแวะตาบักก่อน นั่งสักพัก แล้วก็เดินไปท้ายหาดเพราะ budget อยู่แถวๆเดียวกับป่าตองภาราดี พอไปถึงจะเอารถปัปปปปปปป อย่างที่บอก เค้าต้องการบัตรเครดิตตัวจริงด้วย - -” เวน scan, fax อะไรก็ไม่เอาทั้งนั้น จบ ในที่สุด แผนการเช่ารถยาวของเราก็ปิดตัวลง เอาไงดีหละ คุยกับพี่แมกเสร็จก็ตัดสินใจเอาวะ นั่งรถสองแถวแล้วกัน เราดูเที่ยวรถสองแถวมาอยู่เหมือนกัน ว่ามันมีกลับจากเมืองเที่ยวสุดท้ายหกโมงเย็น แต่จังหวะนั้นเราก็ไม่สนแล้วหละ 

 

สี่โมง

เดินไปนั่งสองแถว!!! พร้อมระหว่างนั้นโทรหาพี่นก พี่นกเลยว่า ชั้นนึกออกแล้ว ชั้นมีน้องคนนึงอยู่ภูเก็ต เด่วลองติดต่อเค้าดูให้พาแกไปกินข้าว โอเค นั่งรถสองแถว ( รถเมล์เกือบใหญ่ ) ไปยังตัวเมือง ไม่ได้นั่งอะไรแบบนี้มาพักนึง ถึงในเมืองราวห้าโมงสิบห้า ก็เริ่มออกเดิน แต่เฮ้ย! เดินไปไหนหละ - -” ไม่รู้ นี่เลย Google map ดู map แบบงงๆ ก็พบว่าบังเอิญเดินไปเจอซอย ซอยนึง ชื่อซอยรมณีย์

เลยเห็นว่าในซอยนี้มี Guesthouse และ gallery และร้านเหล้าเล็กๆอยู่ ระหว่างนั้นเราก็นั่งพักที่หน้า guest house อันนึงที่มีกาแฟให้กินเหลือบมองนาฬิกาก็พบว่า ห้าโมงสี่สิบ เอ้ย! ไม่มีรถกลับป่าตองแล้ว.....แต่ก้ตัดสินใจว่าเอาหละยังไม่ได้เริ่มเดินเลยนิ ค่อยว่ากันเรื่องกลับแล้วกันนะ


เราเลยได้แผนที่เมืองภูเก็ตมาจาก gallery ฝั่งตรงข้าม guest house ก็เลยรู้ว่าต้องเดินไปไหนบ้าง แต่เอาเข้าจริงที่เดินไปเพื่อดูก็แค่ธนาคาร ส่วนอื่นๆ เราก็เดินให้ enjoy เฉยๆ หลังจากดูเมืองไป 1 รอบ

   


Walk in town #phuket #oldtown #building #outdoor #day  @Phuket Old Town

 

หกโมงครึ่ง

พี่นกแจ้งว่าน้องคนนั้นเค้าติดต่อได้แล้ว เด่วน้องมารับไปกินข้าว ตอนทุ่มครึ่ง เอิ่ม... ทุ่มครึ่งอีกชั่วโมงนิหว่า หาที่นั่งแล้วกัน กาแฟก็เพิ่งกินมาสองแก้วพอก่อน ไงดี เดินไปซอยเดิมดีกว่า เดินๆเข้าซอยก็หันขวาเห็นเหมือนร้านนึงมาหน้าตาคล้ายร้านเหล้า เลยเดินเข้าไปถามคนที่นั่งหน้าร้านว่าเป็นบาร์ป่าวครับ เค้าว่าใช่ร้านนั่งมีเบียร์เหล้า เลยอื่อ งั้นขอนั่งหน่อยนะ

 

แต่คนที่เราคุยก็สรุปว่าเป็นเจ้าของ เป็นผู้หญิงตัวเล็กคนนึง ที่ดูแลร้านคนเดียว แต่เค้าว่าเด่วจะปิดร้านอีกสักพัก เพราะจะออกไปกินเหล้ากับเพื่อน เอิ่ม ชิวไปนะ เลยกลายเป็นเพื่อนกันไปในที่สุด ส้มว่าโทรมาถามได้นะว่าเรายังเปิดไหม เลยแลกเบอร์ไว้ พอน้องปิ๊กกี้มารับที่ร้านส้มตอนทุ่มครึ่ง ก็ไปยังร้านข้าวต้มร้านนึง อ่อ ฝนตกด้วยนะ ร้านข้าวต้มที่ว่าจำชื่อไม่ได้เพราะมัวแต่คุยกับปิ๊กกี้อยู่ ปิ๊กกี้ นี่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เพราะพี่นกฝากเราให้ปิ๊กกี้พาทั่วร์ในเมืองนิดคือข้าวเย็นกับโรตี ก็เลยทำความรู้จักกันพักนึง ตอนแรกปิ๊กให้เราขี่มอไซต์ แต่สุดท้ายหลังจากกินข้าวเสร็จ กะโรตีเสร็จ ปิ๊กก็กลัว ฮ่าๆๆ เลยขอขี่เอง เออร้านโรตีที่นี่เค้ากินกันเหมือนข้าวเลยนะ คือนั่งกินกันจริงจังใส่จานกินกับไข่ดาวไรงี้

เราเพิ่งรู้ ปิ๊กไม่กินข้าว แต่กินโรตีไปสองชิ้น เอิ่ม ผมครึ่งชิ้นก็อิ่มจะแย่ เพราะตอนกินข้าวต้มนั่งสั่งยังกะมาสี่คน (แต่กินหมด! ) 

 

Let me sleep punk!! #phuket #outdoor #night #animal #cat @ร้านโรตี ข้าวหมกไก่ บังดีนสะพานหิน

 

 

สี่ทุ่ม

เอาหละได้เวลากลับแต่ไม่รุ้จะกลับยังไงเพราะตอนแรกปิ๊กก็พยายามจะให้กลับกับเพื่อนเค้า แต่เพื่อนก็ดันไม่ว่าง เราก็กลับแผนเดิมอย่างที่เราคิดไว้คือรถเก๋งที่เป็น  taxi ไม่ meter และทำให้เรารู้ว่า เอ้ย ค่ารถภูเก็ตแม่งโหดมาก คือไม่ว่าจะนั่งอะไร เหมือนมีรถสองแถวอย่างเดียวเท่านั้นที่ถูก นอกนั้น คือรถที่ไม่มี meter และกำหนดราคาฝรั่งกับคนไทยเท่ากัน! งง มาก เมืองท่องเที่ยวที่ไม่มีรถโดยสาร และราคาแพง ถ้าเทียบกับเชียงใหม่เอง รถแดงนั่งหลายๆรอบก็แพงอยู่ แต่อย่างน้อยมันก็มีทางเลือกให้เรา และมีเกือบทั้งคืน แต่แพงก็ยังไม่แพงเท่าภูเก็ต - -” ค่ารถกลับห้าร้อย นี่มันไวน์ครึ่งขวด!! 

 

สี่ทุ่มครึ่ง

หลังจากถึงโรงแรมก็เริ่มไม่รู้ว่าจะทำอะไร ขี้เกียจออกไปปาร์ตี้ และไม่รู้ว่ามันจะเปิดกันไหม แต่เมือ่คืนพนักงานที่ terrazzo บอกเราว่าน่าจะเปิดกันหลังเที่ยงคืน ก็โอ ทำไรดีหละ นั่ง up รูปแล้วกัน ไม่มีอะไรทำ ระหว่างนั้นก็พบว่ามี status update ใน fb จาก naie เอ้ย เราลืมไปเลยว่า นัย มันอยู่ภูเก็ต ทักไปใน status ก็พบว่า มีร้านเที่ยวอยู่ 2 ร้านที่นัยมันว่าให้ไปนะ คือ seduction กะ อะไรอีกสักอย่างที่ จางซีลอน นั่งไปนั่งมาคุยไปคุยมาใน status เก๋เองก็บอกว่าไหนๆถึงแล้วก็ออกไปเที่ยวซะ เราก็ว่าเอ้ยตอนเชียงใหม่เดือนก่อนผมไม่สบายจะแย่ ผมยังซ่าออกไปเที่ยวยันเช้าได้เพราะคิดเหมือนกันว่า มาถึงแล้ว เอาวะ

 

ตีสอง

เดินออกไปซอยบางลาเพื่อไป seduction อย่างว่า ตื้ดสลัด พี่คนตรวจบัตรส่ง ticket ลดราคา 50% มาให้น่าจะเป็นสำหรับคนไทยอย่างเดียวมั้ง ก็เข้าไป seduction คนเดียว ตื้ดอยู่เนิ่นนานดูผู้คน ส่วนใหญ่ก็ฝรั่งนั่นหละ จนรุ้สึกพอหละแล้วก็คิดว่ามันน่่าจะใกล้ปิด ก็ออกเดิน 

 

ตีสี่กว่า

เดินออกจากซอยบางลา พร้อมแวะกินแมค แล้วก็ตรงกลับเข้าโรงแรม หลับนอน

 

 

  • ค่าวิน 50 บาท
  • ค่าส้มตำไก่เหลือง + เตียงผ้าใบ + โค้ก 190 บาท
  • ค่าตาบัก 130 บาท
  • ค่าสองแถวเข้าเมือง 25 บาท
  • ค่ากาแฟ 80 บาท
  • ค่าเบียร์ในเมืองขวดละ 60 บาท
  • ค่าข้าวต้ม ร้านอะไรไม่รู้ 350 บาท
  • ค่าโรตี 120 บาท
  • ค่ารถเก๋งกลับหาดป่าตอง 500 บาท
  • ค่าเข้า seduction 200 บาท (ครึ่งนึงสำหรับคนไทย)
  • ค่า vodka soda ที่ seduction แก้วละ 200 บาท
  • ค่า corona ที่ seduction ขวดละ 250 บาท (ถ้าจำไม่ผิด)
  • ค่า mcdonal set อะไรไม่รู้สักอย่าง 250 บาท